Thursday, October 30, 2014

เพราะเราเป็นลูกสาวนายธนาคาร


ไม่มีอะไรมาก แค่อ่านพวก blog หรือ กระทู้ที่ชาวบ้านเค้าเขียนเรื่องเกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิต แล้วเราคิดไม่เหมือนเค้าแต่เราไม่ใช่พวกชอบแสดงความคิดเห็นอยู่แล้ว เลยเงียบๆไว้) แต่ก็ขอใช้พื้นที่ blog ของตัวเอง เขียนเกร็ดเล็กน้อยเรื่องเงินในแบบของเราซะหน่อย   เพราะพ่อแม่เราทำงานธนาคารทั้งคู่ เราก็เลยมีคนสอนเรื่องการเงินมาตลอดตั้งแต่เด็ก คิดว่าเป็นอีกมุมมองนึงที่อาจจะมีประโยชน์นะ (ถึงแม้ว่าบางอย่างจะโบร๊าณ  โบราณจนไม่มีแล้วก็เหอะ)

1. ฝากเงินเถอะ    พ่อให้เราเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ตั้งแต่ชั้นประถม เพราะเวลาได้เงินจากลุงป้าน้าอาตอนปีใหม่ หรือ สงกรานต์  เรากับพี่ชายจะเอาไปซื้อการ์ตูน ซื้อโน่นซื้อนี่   หรือไม่งั้น ถ้าหยอดกระปุกเก็บไว้ เงินก็อยู่นิ่งๆ ไม่งอกเงย ได้เท่าไหร่ก็ฝากธนาคารไปเรื่อยๆ มันก็ได้ดอกเบี้ยนะเออ (สมัยนั้นดอกเบี้ยสูงอยู่นะ  ดีกว่าสมัยนี้เยอะ)  >>>  มีบัญชีแล้วก็ต้องมี ATM ด้วย  เผื่อมีอะไรฉุกเฉินจะได้สามารถเอาเงินออกมาใช้ได้  

2. ตั้งรหัส ATM อย่างไรดี ?  สมัยก่อนธนาคารจะไม่ได้เอาแป้นมาให้เรากดรหัสเอาเองเหมือนสมัยนี้     ตอนนั้นจะมีรหัสมาให้อยู่ในกระดาษคาร์บอน   แล้วเราค่อยไปกดเปลี่ยนรหัสที่ต้องการเอาเองจากตู้ ATM     พ่อบอกว่าให้เราใช้รหัสที่เค้าให้มานั่นแหละ  เป็นรหัส ATM เลย   เพราะอะไร ?  เพราะว่าคนส่วนใหญ่จะตั้งรหัสเป็นตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง เพราะจำได้ไม่ลืม เช่น วันเกิด ปีเกิด บ้านเลขที่ เลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถ เบอร์โทรศัพท์ ฯลฯ ซึ่ง.......มันง่ายสำหรับคนขโมยบัตรเราไป ถ้าเค้ารู้ข้อมูลส่วนตัวพวกนี้  จำเลขใหม่ในชีวิตแค่ 4 ตัว แต่ชีวิตจะปลอดภัยขึ้นเยอะ  จากนั้นจะมีอีกกี่ใบ ใช้รหัสเดียวกันหมดก็ได้ 

3. บัตรเครดิตมีเยอะๆนั่นแหละดี  บ้านเราทุกคนมีบัตรเครดิตกันเยอะมากกกกก แทบจะครบทุกธนาคาร เพราะว่าแต่ละบัตรนั้นมีโปรโมชั่นต่างกัน  บางทีไปที่นี่ใช้บัตรนี้แล้วมีส่วนลด  ใช้บัตรนี้ได้จอดรถช่องพิเศษ ฯลฯ   ส่วนเรื่องค่าธรรมเนียมรายปี  ขอเวฟตลอด ไม่เคยต้องจ่ายเลย    อ้อ....ควรจะมีทั้งบัตรธนาคารไทยและบัตรธนาคารต่างประเทศนะ เพราะบางทีไปต่างประเทศแบงค์อินเตอร์พวกนี้ก็มีโปรโมชั่น

นี่เป็นรูปส่วนหนึ่งของบัตรที่เรามี (รูปนี้โบราณละ บางบัตรก็ไม่มีในเมืองไทยแล้ว อย่าง HSBC ขี้เกียจถ่ายใหม่ ไม่อยากจะโชว์) >>> ถ่ายรูปเก็บไว้ตั้งแต่ปี2008 เพราะอยากเขียนเรื่องนี้ แต่เพิ่งจะได้มาเขียน 555 



4. ซื้อของใช้บัตรเครดิตตลอด   สืบเนื่องจากข้อ 3. มันมีโปรโมชั่นไง  ไม่ได้ลด ก็ได้แต้มบัตรเครดิต   แต้มเก็บไว้เยอะๆ ก็เอามาแลก voucher ห้างสรรพสินค้า เอาไปซื้อของได้ ไม่ต้องเสียเงิน    ถ้าเป็นพ่อเรา จะถึงขั้นคำนวณรอบบิลด้วย และเลือกใช้บัตรที่รอบนานที่สุด  เช่น ซื้อของตอนวันที่ 1  ก็เลือกใช้บัตรที่เพิ่งตัดรอบบิลไปตอนช่วงสิ้นเดือน  เพราะนานกว่าของที่ซื้อวันนี้จะมาเรียกเก็บเงิน    ถ้าเราไม่ดู ซื้อของวันที่ 1  แต่ใช้บัตรที่ตัดรอบบิลวันที่ 5   อาทิตย์หน้าใบเรียกเก็บเงินก็มาแล้วล่ะ       เงินจ่ายให้ช้าที่สุด ยิ่งดี เพราะเงินสดอยู่ในแบงค์มันได้ดอกเบี้ย (ถึงแม้จะน้อย แต่ก็ได้)   และที่บอกแหละว่าจ่ายให้ช้าที่สุด ดังนั้นถ้าซื้อของแล้วมีผ่อน 0 %  ต่อให้มีเงินสดพอ  ก็จะผ่อน  เพราะเงินยังอยู่กับเรา : )

5. ซื้อของเงินผ่อนไม่ใช่เรื่องหน้าอาย    ก็บ้านไม่ได้ร่ำรวย  ถ้ามัวรอเก็บเงินให้ได้ห้าหมื่นเพื่อซื้อคอมพิวเตอร์  หรือ ห้าแสนเพื่อซื้อรถ หรือ ห้าล้านเพื่อซื้อบ้าน   ชาตินี้คงไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง   ผ่อนไปเถอะ ถ้าอะไรที่คุณคิดว่าจำเป็นกับชีวิตคุณและครอบครัว  >>> แต่ทั้งนี้ต้องมีวินัยทางการเงิน และไม่ทำอะไรเกินตัวนะ 

6. อันนี้เค้าไม่ได้สอน แต่เราเป็นของเราเอง  สืบเนื่องมาจาก ข้อ 4. จ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตตลอด   เคยมั้ย ยังไม่ทันสิ้นเดือนแต่เงินหมดแล้ว เอาไปทำอะไรมั่งว๊าาาา จำไม่ได้  เพราะเราไม่ได้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย   การจ่ายทุกอย่างด้วยบัตรเครดิต พอบิลมาเรียกเก็บเราจะเห็นหมดว่าเราใช้เงินทำอะไรบ้าง เราจะได้รู้ว่าเดือนนี้ใช้จ่ายอะไรเยอะ เดือนหน้าจะปรับยังไง  หรือ เดือนๆนึงเราเติมน้ำมันไปเท่าไหร่ ซื้อกับข้าวไปกี่บาท ฯลฯ  >>> แต่ทั้งนี้ต้องมีวินัยทางการเงิน และไม่ทำอะไรเกินตัวนะ  ไม่งั้นไม่มีเงินจ่ายบัตรเครดิตอีก 

สรุปสุดท้าย >>>  เราน่ะเน้นใช้บัตรเครดิตมากเลยนะ  เงินสดไม่ค่อยจะพกเท่าไหร่   จะทำอย่างงี้ได้เตือนก่อนเลยว่า วินัยทางการเงิน สำคัญที่สุด ****อย่าใช้เงินเกินตัว จ่ายบัตรให้ตรงเวลา****




   


Saturday, August 11, 2012

Hello Miss August !!!

หายไปเกือบเดือนอีกละกว่าจะมาเขียนบล๊อคต่อ


เดือนสิงหาเวียนมาอีกรอบ  ก็เหมือนเดิมๆ เริ่มต้นเดือนก็เป็นวันเกิดอีชั้น   ปีนี้คนอวยพรทาง social network น้อยมาก  ส่วนนึงคงเป็นเพราะเราไม่ได้  เอ่อ... เรียกว่าอะไรน๊าาาา  Birthday reminder ใช่มั้ย  นั่นแหละๆ  เราไม่ได้ตอบรับใครซักคนที่มาขอ   ทำให้ไม่มีใครโดนเตือนโดยระบบนี้    (ซึ่งเราชอบมากนะ  เราไม่ชอบการสักแต่ว่าอวยพรเพราะเป็นวันเกิด  หรือว่าเห็นคนอื่นเค้าอวยพรทั้งๆที่ตูไม่รู้หรอกว่าวันนี้วันเกิดมัน แต่ก็บ้าจี้ขออวยพรตามๆไปด้วย) 

คนที่มาอวยพรให้คือ เพื่อนจริงๆ   เพื่อนที่จำวันเกิดเราได้ด้วยตัวเอง และครอบครัว ลุงป้าน้าอา   ขอบคุณทุกคนที่ยังนึกถึงกันอยู่เสมอค่ะ


เหตุการณ์ถัดมาก็คือวันแม่   ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษเพราะบ้านเราให้ความสำคัญกับวันเกิดจริงๆของแม่มากกว่า     แต่ไหนๆก็เป็นเทศกาลและเดือนนี้ก็มีทั้งวันเกิดเรา และวันเกิดพี่แบงก์  เราก็เลยจะมีการกินข้าวปาร์ตี้กันเล็กๆ  (แต่ไปอาทิตย์หน้านะ  ไปช่วงเทศกาลคนเยอะ)

เหตุการณ์อื่นๆยังมาไม่ถึง    มาถึงแล้วจะมาอัพเดทต่อจ้าาาาาา


Thursday, July 19, 2012

ตัดผมแล้ว

เวิ่นเว้อมานาน​(แต่เพิ่งมาบ่นใน blog ได้วันเดียว)  ในที่สุดวันนี้ก็ได้ตัดผม ดัดผม และทำสีผม (หลายอย่างจริงวุ้ย)

ก็ทำทรงเดิมๆแบบที่เคยทำแหละ  คือหัวพองๆ  ดัดอ่อนๆ 


รูปเปรียบเทียบก่อนทำ กะหลังทำ

......ทำไมเรารู้สึกว่าหน้าเราเหมือนเดิมเลยอ่ะ     ไม่เด็กขึ้น ไม่แก่ลง   แค่ดูเหมือนเซ็ตผม กะไม่เซ็ตผมยังไงก็ไม่รู้

แต่เราก็โอเคนะ ชอบ หัวพองดี   สะบัดๆหัวนิดหน่อยก็ออกบ้านได้แล้ว   เหมือนเคย เดิมๆ  ไม่มีอะไรแปลกใหม่  แค่ดูมีอะไรหน่อย  (เอ๊ะ ยังไง อ่านแล้วเริ่มงงเอง)   เอาเหอะ  เอาเป็นว่าแฮปปี้ดีก็แล้วกัน




Tuesday, July 17, 2012

เมื่ออีชั้นอยากตัดผม

ผมยาวแล้ววววว   อยากตัดผมอ่ะ

นี่คือทรงที่คิดๆอยู่ว่าจะตัด

1. ทรงนี้  ของน้องมด


2. ทรงของพลอย







3. ทรงคริส หอวัง



คือไม่ใช่ทรงตามภาพเป๊ะๆอ่ะนะ  แต่ลงภาพให้ทุกคนนึกออกว่าประมาณไหน  คือเราชอบผมดูยุ่งๆ หัวพองๆ ไม่ลีบแบนน่ะ      ซึ่งพอเราเห็นพลอยกะคริสออกทีวี เราก็จะชี้ให้แม่เราดูว่าอยากตัดทรงนี้

แต่.....แม่บอกว่า   หัวลูกปกติก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่  -_-" 
 เลยหันไปถามน้องแม่บ้าน   จริงเหรอยุ  หัวพี่เป็นแบบนี้หรอ      น้องหัวเราะนิดๆ แล้วตอบว่า ค่ะ -_-"


สรุปว่า หัวอีชั้น ยุ่ง และ ฟู เป็นปกติ โดยไม่ต้องทำอะไรใช่มั้ยเนี่ย  ควรจะดีใจหรือเสียใจดีล่ะเนี่ย

Monday, July 16, 2012

ขำ ขำ


เอามาจาก FB คนอื่นนะ  เห็นแล้วขำอ่ะ  นึกถึงสามีตัวเองทันทีเลย  เพราะว่า....

เค้าชอบบ่นว่า   อึดอัด  ทำไมต้องมานอนเบียด นี่มันที่นอนของชั้นนะ !!   
เราชอบพอกหน้าทาครีมก่อนนอน เค้าก็ชอบบ่นว่า  ทำไมตอนจะนอนต้องหน้ามันๆทุกทีเลย -_-"

คิดถึงพัฒน์จังเลย..........  (พัฒน์ไม่อยู่ ไปไต้หวัน)

Friday, July 6, 2012

My favorite youtube channels

External Hard disk ตัวใหม่ เจ๊งกะบ๊งไป  เพราะเหตุใดไม่ทราบ   ถึงแม้ศูนย์จะเปลี่ยนตัวใหม่ให้ แต่เราก็ต้องสูญเสียไฟล์หลายอย่างไป    ซึ่ง.....ไม่มีอะไรสำคัญเลย 555  เพราะว่าเพิ่งได้มาก็เลยยังไม่ได้เก็บไฟล์อะไรมากมาย  ส่วนใหญ่เป็นคลิปที่โหลดมาจาก youtube      วันนี้ก็เลยมานั่งโหลดกันใหม่

ไหนๆก็โหลดแล้ว ก็จะพูดถึง my favorite youtube channels กันซะหน่อยว่าเราชอบดูอะไร

ช่องที่เราชอบมากที่สุด ก็คือช่องของเจ๊เวนดี้  (Wendy's Lookbook)  เธอเป็นแฟชั่นกูรูอ่ะ     เรารู้จักเธอครั้งแรก จากคลิปวิธีผูกผ้าพันคอที่มีคนเอามาลงในพันทิป คลิปนี้ (ตอนนี้ยอด view 12ล้านแร้วววว)  ชอบที่เธอมีลูกเล่นมากมาย  ให้วีดีโอไม่น่าเบื่อ พูดก็ชัด แนะนำเรื่องแฟชั่นได้ดีนะเราว่า  คือสอนให้มิกซ์แอนด์แมท 

พยายามจะลงหลายๆคลิป แต่เหมือนมันจะลงไม่ได้แฮะ

 โอเค  งั้นของคนอื่นก็พูดเฉยๆก็แล้วกัน     ที่ดูบ่อยๆอีกอัน.......   ไม่เชิงยูทูปอ่ะ  Spokedark.tv     ช่องโปรดคือ โมเมพาเพลิน กับเจาะข่าวตื้น      อันนี้เหตุผลไม่มีอะไรมาก  เมพูดจาสนุกสนานดี แล้วก็เป็นภาษาไทย เปิดฟังได้เพลินๆ    เจาะข่าวตื้นก็อัพเดทข่าวคราวในสังคมแบบไม่เครียด  

นอกนั้นก็เป็นพวก beauty guru ทั่วๆไป ส่วนใหญ่จะเป็นฝรั่ง เช่น frmheadtotoe, michelle phanMichellePhan, chrisellelim  


ตั้งใจไว้ว่าต่อไปจะเริ่มหัดดูช่องของคนไต้หวันและคนจีน เพื่อฝึกภาษาจีนกลาง  แต่ไม่รู้จะรอดมั้ย

Wednesday, July 4, 2012

ชั้นผอม ?

ตอนนี้กำลังอยู่ในโหมดสะกดจิตตัวเองให้เชื่อว่า ชั้นผอมอยู่  

คือ....เดิมน่ะเราอ้วนเนื่องจากการฉีด DMPA เพื่อรักษา Endometriosis เป็นเวลาสองปี   (มันมีผลจริงๆนะ  ไม่ได้พูดเล่น  ขนาดไปเข้าคอร์ส Bodyshape น้ำหนักยังลงนิดเดียว แล้วก็ไม่ลงอีก)        ก็คือในสองปีที่ผ่านมา เราจะใส่เสื้อผ้าตัวใหญ่ๆหน่อย เพราะเสื้อผ้าเดิมมันใส่ไม่ด๊ายยยยยย  (น้ำหนักขึ้นมาประมาณ 5 กิโล)   

พอเลิกฉีดยา ก็โหมลดน้ำหนักเต็มที่ (เพราะว่าจะแต่งงานนั่นเอง)  การแต่งงานเป็นการสร้างแรงฮึดเฮือกใหญ่ที่สุดในชีวิตสาวๆเลยล่ะ     ผลก็คือ........ตอนนี้น้ำหนักกลับมาเท่าสมัยก่อนแล้ว

ส่งผลให้เสื้อผ้าที่มีอยู่ในตู้น่ะ มันใส่ไม่ได้ !!!!!   มีแต่ตัวหลวมๆ ใส่แล้วไม่สวย กางเกงก็หลวมจนดึงมากองที่ตาตุ่มได้แลยนะ  เสียดายเสื้อผ้าที่มะม๊าซื้อให้ใหม่ยกตู้ตอนที่จะแต่งงานมากเลย  (ธรรมเนียมคนจีน  แต่งงานก็ต้องขนเสื้อผ้าใหม่เข้าบ้าน)   เพราะตอนนี้มันหลวมมาก  ใส่ได้อยู่แค่สองสามตัว  

เสื้อผ้าเก่าสมัยผอมเราก็โล๊ะใส่ถุงเอาไว้ อยู่ห้องเก็บของที่บ้านแม่   พอเราจะไปรื้อแม่ก็บอกว่า อย่าเพิ่ง พี่สะใภ้จะคลอดแล้วกลับมาอยู่บ้าน แม่ยุ่่งจัดของ   ไว้ให้เข้าที่แล้วค่อยกลับมารื้อ       ทำให้เราต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่  (เราชอบซื้อเสื้อทางเน็ต)   แต่เราก็ยังติด คิดว่าเราอ้วน ต้องใส่เสื้อผ้าไซส์ L สั่งทีไรสั่งไซส์ M ไม่ก็ L ตลอด    แต่พอเอามาก็หลวม (แอบเซ็ง)  

ต่อไปนี้ต้องบอกตัวเองว่าชั้นผอม ชั้นต้องซื้อเสื้อผ้าไซส์ S   หรือ XS    เท่านั้น !!!!