Tuesday, March 8, 2016

TAIWAN : สุขาอยู่หนใด

พักเรื่องของกิน กลับมาพูดเรื่องสำคัญอีกอย่างนึงก็คือเรื่องของห้องน้ำ

ห้องน้ำที่ไต้หวันจัดว่าสะดวก  หาง่าย  ที่ไหนก็มี  ไม่ว่าจะเป็นตามสถานีรถไฟ,  MRT , ร้านค้า, ร้านอาหาร หรือตามห้างสรรพสินค้า  แต่ความสะอาดก็จะแตกต่างกันไปตามพื้นที่นะคะ

ห้องน้ำหญิงชายดูยังไง?  ปกติก็ดูง่ายๆ จากรูป  หรือตัวหนังสือภาษาอังฤษ     แต่ถ้าไม่มีทั้งรูป ไม่มีทั้งภาษาอังกฤษ ให้ดูนะคะ   ถ้าเป็น 女 คือห้องน้ำหญิง (ตัวอักษรนี้แปลว่าผู้หญิง)  ถ้าเป็น 男 คือห้องน้ำชาย (ตัวอักษรนี้แปลว่าผู้ชาย)

ส้วมก็มีทั้งส้วมแบบนั่งยอง และส้วมแบบนั่งทั่วๆไป    คล้ายๆเมืองไทยแหละ  แต่ส่วนมากจะมีแปะรูปไว้ที่หน้าห้องเลยว่า ห้องไหนเป็นโถส้วมแบบไหน  เวลาต่อคิวเข้าห้องน้ำ  ถ้าคนแก่ที่ไม่สามารถนั่งยองก็จะรู้ได้ทันทีค่ะว่าห้องไหนเป็นแบบไหน ไม่ต้องรอลุ้นเรื่องชนิดโถส้วม   ถ้าไม่ใช่โถแบบนี้ต้องการก็ให้คนข้างหลังเดินเข้าไปก่อนได้  ส่วนสายฉีดก้น.....ไม่มีนะคะ อย่าลืมเตรียมกระดาษทิชชู่ไปด้วย  : )

ปกติถ้าห้องน้ำปิดประตูอยู่  เราอยากรู้ว่ามีคนอยู่มั้ย?  คนไทยทำยังไงคะ?  เท่าที่เราเคยเห็นมา คนไทยจะลองผลักประตูเปิดเลย  อ้อ...เปิดไม่ได้    หรือ มีคนอยู่แต่ลืมล็อคประตู  ก็ขอโทษขอโพยกันไป   แต่คนไต้หวันเราถือว่ามีมารยาทอันดีงามมากนะคะ    เค้าจะไม่ลองเปิดประตูห้องน้ำที่ปิดอยู่   แต่จะใช้วิธีเคาะที่ประตู  โดยไม่พูดอะไร   ถ้ามีคนอยู่ข้างใน   คนข้างในจะเคาะประตูตอบกลับมาค่ะ   ไม่มีการตะโกนถามเหมือนเมืองไทย   ซึ่งเราชอบมากๆ   (ถ้าเข้าห้องน้ำอยู่แล้วมีคนมาเคาะประตู ไม่ต้องตกใจนะคะ  เคาะกลับไป แค่นั้นค่ะ

เมื่อทำธุระเสร็จแล้ว กระดาษทิชชู่ก็ทิ้งลงถังขยะค่ะ  เหมือนเมืองไทย

อ้อ...ลืมพูดไป  ที่ไต้หวันจะนิยมการใช้กระดาษรองนั่งบนโถส้วมค่ะ   นึกออกมั้ยคะ  กระดาษเหมือนในห้องน้ำบนเครื่องบินน่ะค่ะ   ที่ห้องน้ำส่วนใหญ่จะมี   บางที่ก็ตั้งจุดเดียว แถวๆก่อนเข้าห้องน้ำ  ให้เราดึงเข้าไปเอง   บางที่ก็มีอยู่ในห้องน้ำแต่ละห้องเลย

กระดาษรองนั่งบนโถส้วมที่เราบอกค่ะ




นอกจากนี้ ในห้องน้ำทุกห้อง จะมีปุ่ม emergency นะคะ  เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน   ก่อนจะกดน้ำมองดีๆนะ  เดี๋ยวกดผิด   (แต่มันเห็นชัดอยู่ล่ะ ว่าไม่ใช่ปุ่มชักโครก)




ห้องน้ำที่เป็นนั่งยอง ก็มักจะมีราวจับด้วยค่ะ  ป้องกันอุบัติเหตุ แล้วก็ช่วยคนที่ลุกนั่งไม่สะดวกด้วย


ห้องน้ำแม่และเด็กก็มีนะคะ  ห้องน้ำแบบนี้เราเจอตามห้างสรรพสินค้าค่ะ  เพื่อความสะดวกแก่คุณแม่     เดินทางคนเดียวก็สบายมากค่ะ  ไม่มีปัญหาเรื่องจัดการลูกตอนเข้าห้องน้ำ

อันนี้เป็นแบบมีที่ให้คุณลูกนั่งรอคุณแม่ทำธุระส่วนตัว



ส่วนอันนี้เป็นแบบ เข้าพร้อมกันสองคนเลย



เสร็จธุระแล้วก็อย่าลืมล้างมือนะคะ  ที่ล้างมือที่นี่ก็สะดวกสำหรับผู้พิการ  อ้อ...ลืมพูดไป ห้องน้ำผู้พิการก็มีบริการทั่วไปนะคะ  เพราะที่ไต้หวันเนี่ย เราจะเห็นคนนั่งวีลแชร์เยอะทีเดียว  เป็นวีลแชร์แบบไฟฟ้า ที่คนนั่งสามารถบังคับเองได้ค่ะ   ฉะนั้นการเดินทางที่นี่ก็ค่อนข้างจะอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการค่ะ​​​

เราเคยเห็นว่าเวลามีผู้พิการตาบอดจะขึ้น MRT นะคะ  เจ้าหน้าที่จะคอยดูแลมายืนส่ง จนเค้าขึ้นรถค่ะ  แล้วมีการวิทยุไปยังสถานีปลายทางของผู้โดยสารท่านนั้น ว่าอยู่โบกี้ไหน ตรงไหน    พอถึงจุดหมาย จะมีเจ้าหน้าที่มารับที่ประตูโบกี้นั้น แล้วก็ดูแลพาขึ้นไปส่งข้างบนค่ะ

กลับมาเรื่องล้างมือ ดูอ่างล้างมือนะคะ   อ่างสำหรับผู้พิการก็จะเป็นอ่างลอย และมีราวจับ  เพราะบางทีติดวีลแชร์ไงคะ  ถ้ามีแท่นขึ้นมาแบบทางขวาก็จะล้างมือลำบาก


แล้วสังเกตกระจกนะคะ  กระจกอ่างล้างมือสำหรับผู้พิการ จะเป็นกระจกมุมกด  เพื่อให้สามารถส่องกระจกได้  ไม่งั้นถ้าเป็นกระจกปกติ  หลุดเฟรมนะคะ  มองไม่เห็น หรือเห็นแค่หัวก็มี



แค่จุดเล็กๆในห้องน้ำ แต่เรามองว่าประเทศเค้าใส่ใจดีนะคะ  

Sunday, March 6, 2016

TAIWAN : จิบกาแฟ @ Cama Cafe

เราชอบดื่มกาแฟมากค่ะ และชอบเรื่องอาหารการกินด้วย  ดังนั้น แม้จะไปไต้หวันแล้วมีอุปสรรคด้านภาษาในการค้นหาข้อมูลร้านอาหาร เราก็ไม่หวั่นค่ะ พยายามหาและเก็บข้อมูลเอาไว้  เพราะจะให้ไปทีไรก็เข้าแต่ Starbucks ก็ไม่ไหวนะ   อยากลองอะไรใหม่ๆบ้าง (ถึงแม้ว่าเราจะเป็นติ่งสตาร์บัคส์ก็ตาม)

ร้านกาแฟที่จะพูดถึงวันนี้ เป็นเฟรนด์ไชส์ของไต้หวันค่ะ ชื่อร้าน "Cama Cafe"   เวบไซต์ของร้านคือ http://www.camacafe.com  มีเฟสบุคด้วยนะคะ https://www.facebook.com/camacafe


มีหลายสาขาค่ะ แต่สาขาที่เราไปทานก็อยู่ใกล้ๆกับร้านโรตีไต้หวัน Full Want ที่เราเคยพูดถึงไปก่อนหน้านี้ ย้อนดูได้ที่นี่ค่ะ โรตีไต้หวัน Full Want  สามารถนั่งmrt มาลงที่สถานี zhongxiao fuxing ออก ทางออกที่ 4 ได้ค่ะ (แผนที่มันไม่มีในกูเกิ้ล เราขอเวลาสร้างเองซักพักนะคะ  ทำไม่เป็น 555 ) ดูแผนที่จากโพสต์เก่าไปก่อนค่ะ


สำหรับเวลาเปิดปิดสาขานี้นะคะ

วันจันทร์-ศุกร์ เปิด 7.00-20.00 น.
วันเสาร์-อาทิตย์ เปิด 9.00-19.00 น.

สาขานี้เป็นร้านเล็กๆค่ะ มีเก้าอี้แค่ 2-3 ที่เอง  จุดสังเกตของร้านคือเจ้าหุ่นตัวขาวๆนี่แหละค่ะ   รูปข้างบนนั่นตอนเราไปทานครั้งแรก ปีก่อน มันอยู่หน้าร้านเลย  แต่ปีนี้มันย้ายมาริมถนนแล้วค่ะ





บรรยากาศร้าน  (เรียกว่าบรรยากาศได้มั้ยเนี่ย  มันเล็กมาก)



เห็นร้านเล็กๆแบบนี้ แต่เค้าก็คั่วกาแฟกันหน้าร้านเลยนะคะ  หอมฟุ้งงงงงงงง




Before



After



มุมเล็กๆขายของในร้าน มีขายทั้งกาแฟและชา ค่ะ



หน้าเคาท์เตอร์





แก้วพวกนี้ น่าจะเป็นลายเซ็นต์ของคนมีชื่อเสียงนะคะ ซึ่ง.....เราไม่รู้จัก 555  เพราะเราไม่ดูละคร ไม่ฟังเพลงไต้หวันเลยค่ะ   


มาดูเมนูกันค่ะ  ร้านนี้มีเมนูภาษาอังกฤษนะคะ  สบายใจได้




วันนี้เราทาน Almond Latte เย็น กับ Hazelnut Latte ร้อน ค่ะ 

ถ้าสั่งเหมือนๆกัน เราสามารถมองจากป้ายที่แปะมาได้ค่ะ  ร้านเครื่องดื่มที่ไต้หวันจะเป็นสไตล์นี้แทบทุก
ร้าน 


ส่วนฝาเครื่องดื่มเย็นก็หายห่วงค่ะ Taiwan's Style แท้ๆ  ฝาซีลพลาสติกเหมือนชานมไข่มุกค่ะ  ฝาแบบนี้สะดวกมากสำหรับการซื้อแบบ Take home  เพราะมั่นใจได้ว่า ไม่หกแน่ๆ  แถมเวลาเครื่องดื่มตกตะกอนหรือแยกชั้น เรายังสามารถเขย่าก่อนค่อยเจาะดื่มได้ค่ะ 


 ดีเทลของแก้ว



 แก้วนี้ Hazelnut Latte ร้อนค่ะ




 ดีเทลของแก้ว





สำหรับรสชาติ  ก็....อร่อยแบบธรรมดาค่ะ  ไม่ได้พิเศษอะไร  แต่ก็ถือว่ามาทานซ้ำได้ เหมือนร้านกาแฟทั่วๆไป   แต่เมนูเค้าแปลกดี เพราะ Almond Latte เราไม่เคยทานมาก่อนค่ะ    เป็นกาแฟที่มีกลิ่นหอมเหมือนเต้าฮวย    ถ้าใครชอบกาแฟ และชอบเต้าฮวยก็น่ามาลองชิมค่ะ : )

อ้อ....ลืมบอกไปว่า ที่ไต้หวันนิยมทานน้ำอัลมอนด์มากค่ะ   เราไม่เคยดื่มนมอัลมอนด์ที่ขายในเมืองไทย หรือตามที่สายคลีนเค้านิยมดื่มกัน  เราเลยไม่รู้ว่าเหมือนกันมั้ย     ของที่ไต้หวันคือ เอาอัลมอนด์บดเป็นผงแล้วละลายน้ำเลยค่ะ   กลิ่นหอมเหมือนเต้าฮวยในเต้าฮวยฟรุตสลัดเมืองไทย   ถ้าเดินผ่าน  Night Market ที่ไต้หวันอาจจะเคยเห็นหรือเคยกินค่ะ






TAIWAN : อาหารเช้าแบบไต้หวัน (โรตีไต้หวัน) @ Full Want

มื้อเช้าที่ไต้หวัน เค้าทานอะไรกันน๊าาาา..........

แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง หรือซาลาเปาหมูสับ นะยะ ที่เห็นบ่อยๆ และเป็นที่นิยมกันก็จะเป็นน้ำเต้าหู้  (มีร้านดังอยู่แถวหย่งเหอ   ชื่อร้านหย่งเหอโต้วเจียง >>> โต้วเจียง แปลว่า น้ำเต้าหู้)  แต่วันนี้เราจะไม่ได้พูดถึงน้ำเต้าหู้  เราจะพูดถึง ต้ันปิ่ง (​蛋餅)  ซึ่ง......เราก็ไม่รู้ว่าชื่อไทยควรเรียกว่าอะไร  ต้ัน แปลว่า ไข่    ปิ่ง แปลว่า..... ขนมอบ หรือ แป้งแผ่นกลมๆ (อย่าเอาสาระกับคำแปลมาก  เพราะเราไม่เก่งภาษาจีน)   แต่รวมๆแล้ว เราเรียกมันว่า "โรตีไต้หวัน" ก็แล้วกัน

ต้ันปิ่ง หรือ โรตีไต้หวัน  หากินง่าย โดยทั่วไป ตามรถเข็นข้างถนนก็มี     แต่เราเห็นว่าร้านนี้ เป็นร้านดูดีนะ คนก็ต่อแถวกันเยอะเลย  ต้องอร่อยแน่ๆ   ลองเลย  !!!



ร้านชื่อ  扶旺號 (ฝูว่างห้าว) ชื่อภาษาอังกฤษคือ Full Want   มีเฟสบุคนะคะ https://www.facebook.com/fullwant/  มี 2 สาขา  สาขาที่เราไปตั้งอยู่ที่แถวๆห้าง SOGO สาขาจงเสี้ยว (忠孝)   สามารถนั่งmrt มาลงที่สถานี zhongxiao fuxing ออก ทางออกที่ 4 ได้ค่ะ (ขอลงเป็นแผนที่ในกูเกิ้ลด้านล่างนะคะ)

วันจันทร์-พฤหัส เปิด 6.00-15.00 น.
วันศุกร์-อาทิตย์ เปิด 6.00-19.00 น.

ร้านนี้มีทั้งเมนูปกติ และเมนูมังสวิรัติค่ะ  (เราจะรู้ได้ยังไงว่าเมนูไหนเป็นมังสวิรัติ ?  ไม่ยากค่ะ ถ้ามีตัวหนังสือ 素 วงเล็บอยู่ข้างหลังแสดงว่า เมนูนั้นเป็นมังสวิรัติ)

หน้าร้านค่ะ  ร้านอยู่ติดกับร้านกาแฟชื่อ Louisa coffee ซึ่งเราจะพูดถึงในคราวถัดๆไป




เมนูพิเศษประจำวันค่ะ  มีภาษาอังกฤษค่อยยังชั่วหน่อย   จริงๆเค้าจะมีเมนูแผ่นใหญ่ๆ วางอยู่ตรงที่สั่งอาหาร เหมือนพวก Mcdonald, Burger king  นะคะ  แต่เราไม่ได้ถ่ายมา (ลืม) อ้อ....เมนูตรงที่สั่งอาหาร ไม่มีภาษาอังกฤษนะคะ อาจจะลำบากนิดนึง แต่ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ  คนไต้หวันพูดภาษาอังกฤษได้พอๆกับคนไทย   อาจจะไม่ได้เป็นประโยคยาวๆ แต่พวกสั้นๆ สั่งอาหารนี่ สื่อสารได้แน่นอนค่ะ 


หน้าร้านค่ะ  สั่งอาหาร  และเป็นครัวเปิด เห็นเลยว่าทำอะไรอยู่



จะ take home หรือ นั่งกินที่ร้านก็ได้ค่ะ  เราเลือกนั่งกินที่ร้าน   (ที่ร้านจะมีที่นั่งอยู่ชั้นใต้ดิน  เราสั่งแล้วก็เดินลงบันไดไปหาที่นั่ง  ที่นั่งไม่เยอะค่ะ  แต่ก็พอได้อยู่เพราะนั่งกินกันไม่นาน (สามีว่าทั้งร้านมีแต่คนจีนแผ่นดินใหญ่นั่ง  ไม่ใช่คนไต้หวัน   >>> เค้าฟังสำเนียงออกค่ะ  คาดว่าร้านนี้คงนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว)




ที่ใบเสร็จรับเงินจะมี คิวอยู่ค่ะ อย่างของเรานี่คือ คิวเบอร์ 103  เราก็รอพนักงานประกาศเลข แล้วก็ขึ้นไปรับของ (มีป้ายไฟวิ่งบอกคิว)



ทานเสร็จแล้วต้องยกไปเก็บด้วยนะคะ


มาแล้วๆ



เครื่องดื่มก่อนเลย เราสั่ง นมร้อนใส่น้ำตาลทรายแดง (黑糖牛乳) ราคา 40 เหรียญ กับน้ำฟักเขียวใส่นม (奶蓋冬瓜)  ราคา 50 เหรียญ ไอ้เจ้าน้ำฟักใส่นมนี่ คนขายแนะนำ ตอนที่เรากำลังงงๆว่าจะสั่งอะไรดี    เค้าว่า อร่อย และขายดี  ก็เลยเชื่อนาง   อร่อยจริงๆอ่ะ   (ส่วนนมร้อนไม่ได้ถ่ายรูปชัดๆมา เพราะมันก็คือนมร้อน)





โรตีไต้หวันมาแล้ว..... แล้วจะรู้ได้ไงว่าอันไหนของใคร  กระดาษห่อเหมือนกันเปี๊ยบ   ไม่ต้องห่วงค่ะ  เค้ามีฉลากแปะไว้  (แต่ต้องอ่านภาษาจีนให้ออกนะ)



ลักษณะของตั้นปิ่ง ก็คือ โรตีห่อไส้นี่แหละค่ะ  วันนี้ที่เราสั่งมี 3 ไส้  เป็นมังสวิรัติทั้งหมด  เป็นโรตีไส้ชีส+ไข่, โรตีไส้สลัดมันฝรั่ง+ชีส+ไข่   และโรตีโหระพา (ใส่โหระพาผสมกับแป้ง เลยจะออกสีเขียวๆ ส่วนไส้จะเป็นไส้ผัก) ราคา 50, 70, 40 เหรียญตามลำดับ  พวกเมนูที่มีเนื้อสัตว์ก็น่าจะแพงกว่านิดหน่อย






น้องสาวสามีบอกว่า อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกิน ตั้นปิ่ง มา (เว่อร์มั้ย? คิดว่าไม่เว่อร์  เพราะน้องก็ไม่ค่อยได้กินค่ะ  ส่วนมากถ้ากินก็เป็นพวกร้านแถวบ้านง่ายๆ)

แถมด้วยรูปตอนทำค่ะ  (อันนี้แบบมีเนื้อสัตว์นะคะ)

ทอดแป้งโรตี 



ผัดไส้ (มีหมู กับไข่)



เอาไส้มาวางบนแแผ่นแป้งแล้วก็ม้วน   เรียบร้อย พร้อมกิน : )



น่ากินใช่มั้ยละคะ  ไปไต้หวันก็ลองแวะไปทานนะคะ

แผนที่ค่ะ

BAKE Cheese Tart @ EmQuartier

BAKE Cheese Tart เป็นชีสทาร์ตเจ้าดังจากญี่ปุ่นค่ะ  จะบอกว่าวันที่ไปกินเนี่ย บังเอิญเดินผ่านแล้วคนต่อแถวกัน เราก็เลยต่อด้วย ตามๆเค้าไป  (ร้างลาจากการโพสต์ของกิน จนไม่ได้ตามข่าวสารนานแค่ไหนก็คิดดูเอาแล้วกัน  สมัยทำงานน่ะ หัวหน้ายกให้เป็น Food & Beverage Manager ของแผนกเลยนะ คิดดู   ใครอยากกินอะไร เจ้าไหนเด็ดหรือร้านไหนเปิดใหม่ อินเทรนด์ เจ๊รู้หมด!!!!)  เอ้า.....เลิกรำพึงรำพันถึงอดีต  กลับมาที่ปัจจุบันกันดีกว่า

ร้านนี้คุณวิลลี่ แมคอินทอชเป็นคนนำเข้ามาค่ะ  ตอนนี้มีที่เดียวคือ  EmQuartier ชั้น G  โซน Glass Quartier พูดง่ายๆก็คือ โซนของกินค่ะ  เพราะ supermarket ก็อยู่โซนนี้    ร้านตั้งอยู่แถวๆร้าน Harrods   สังเกตุไม่ยาก สีเหลืองๆ และมีคนต่อแถว     เป็นร้านเล็กๆมีแต่ซื้อกลับบ้านนะคะ



ขนมราคาชิ้นละ  80 บาท ถ้าซื้อ 6 ชิ้นราคา 450 บาท แต่ช่วงนั้นจำกัด 1 คน ซื้อได้ไม่เกิน 6 ชิ้น เพราะคนซื้อเยอะมากจริงๆ  ถ้าคนไม่เยอะมาก คิดว่าคงจะไม่จำกัดการซื้อค่ะ  (เราเคยไปซื้อตอน 10 โมง ห้างเปิด ยังไม่มีคน  ก็ซื้อได้มากกว่า 6 ชิ้นนะคะ  เพราะยังไม่มีคิว)




วิธีกิน มี 4 แบบค่ะ
1. แช่ช่องฟรีซ กินเย็นๆเหมือนไอศกรีม
2. แช่ตู้เย็นธรรมดา
3. วางไว้ข้างนอก ทานที่อุณภูมิห้อง
4. อุ่นร้อน

จากการสอบถามพนักงาน  พนักงานว่ากินแบบแช่ตู้เย็นธรรมดาอร่อยสุด  เราก็เชื่อตามนั้นค่ะ 555 ยังไม่เคยลองกินแบบอื่น

รสชาติอร่อยมากกกกกกกกก  ชีสนุ่มนวล หอมอร่อย  (ให้ฟีลคล้ายๆ ทาร์ตไข่ แต่อร่อยกว่าเยอะ!!!)   กลิ่นชีสไม่แรงนะคะ  (ในความคิดเรา)   ถือว่าเด็ดมากค่ะร้านนี้  เราซื้อฝากใครก็มีแต่คนบอกว่า อร่อยมาก ทั้งนั้น    ถ้าผ่านไป EmQuartier เราก็ต้องซื้อทุกครั้ง  ขาดไม่ได้   : )