Friday, October 19, 2018

TAIWAN : จิบชาไข่มุก @ ชุน สุ่ย ถัง 春水堂

ไปไต้หวันบ่อย แต่ไม่เคยพูดถึงชานมไข่มุกเลยยยยยยย  เพราะว่าไม่ชอบกิน ไม่อร่อย ถ้าต้องแวะร้านชาไข่มุกจริงๆก็จะเลือกสั่งเครื่องดื่มที่ไม่ใช่ชานมไข่มุก

เมนูที่เราสั่งประจำ มี 2 อย่างคือ 金桔檸檬 (อ่านว่า จิน จวี๋ หนิง เหมิง)  金桔 (จิน จวี๋) เป็นส้มลูกเล็กๆ ส่วน 檸檬 (หนิง เหมิง) คือ มะนาว  พูดง่ายๆก็เป็นน้ำส้มผสมมะนาวก็แล้วกัน  อีกอย่างที่ชอบ คือ เผือกนมสด หรือ 芋頭牛奶 (อ่านว่า อวี้ โถว หนิว หน่าย)  芋頭 (อวี้ โถว) คือ เผือก 牛奶 (หนิว หน่าย) คือ นมวัว  ที่ชอบเมนูเผือกนมสด เพราะว่าเค้าใส่เผือกจริงๆ เป็นชิ้นๆ และเยอะมาก ไม่ใช่ผงเผือกแบบที่ไทย  ทำให้รสเข้มข้น (เราชอบกินเผือก)

กลับมาเข้าเรื่องชานมไข่มุก   เจ้าเดียวที่เราคิดว่า อร่อย และ ชอบ คือ ชุน สุ่ย ถัง 春水堂 (Chun Shui Tang)  ซึ่ง...ก็สมควรที่จะต้องอร่อย เพราะเป็นชานมไข่มุกเจ้าแรกเลย  มีหลายวาขา ทั้งในไต้หวัน ญี่ปุ่น ฮ่องกง  ลักษณะร้านจะเป็น ร้านแบบมีที่นั่ง มีทั้งอาหารและเครื่องดื่ม   ไม่ได้เป็นเคาท์เตอร์ take away แบบชาานมไข่มุกเจ้าอื่นๆ

เราไม่ได้ถ่ายลักษณะร้านมา แต่คิดว่า ถ้าเคยอ่านรึวิวไต้หวันกันมา ยังไงก็ต้องเคยผ่านตาแน่นอน

เราไปกินที่ ชั้น 1  Mitsui Outlet Park ซึ่งเป็นห้างที่เราไปบ่อย  >>> TAIWAN : ของอร่อยที่ Mitsui Outlet Park

เวลาเปิดปิดของที่  ชุน สุ่ย ถัง 春水堂 ที่ Mitsui Outlet Park
วันจันทร์-พฤหัส 11.00-21.30 น. 
วันศุกร์-อาทิตย์ 10.00-22.00 น.
เวบของร้าน https://chunshuitang.com.tw/

*** ที่นี่ไม่ได้บังคับว่า 1 คนต้องสั่งเครื่องดื่ม 1 แก้ว  แต่ว่า 1 คนต้องสั่งของ 1 อย่าง (เช่น มา 3 คน จะสั่งเครื่องดื่มแค่ 2 แก้ว คนที่สามนั่งดูเพื่อนกินไม่ได้ จะต้องสั่งอะไรอีกซักอย่าง ขนม หรือของกินก็ได้  >>>พูดง่ายๆว่า มากี่คนก็ต้องมีสั่งของอย่างน้อยเท่ากับจำนวนคน) *** 

พูดถึงร้านนี้ก็ต้อง ชานมไข่มุก 珍珠奶茶 (อ่านว่า เจิน จู หน่าย ฉา) ก่อนเลย  อร่อยจริงๆ สมคำร่ำลือ ชาเข้มข้น นมนุ่มๆ ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นครีมเทียมแบบบางร้าน







แก้วนี้เป็นชานมไข่มุกเหมือนกันแต่ใช้ชาชนิดอื่นทำ  (ชานมไข่มุกโดยทั่วไป เป็นชาแดง)  เราจำไม่ได้ว่าสั่งชาอะไร กลิ่นและรสของชาก็จะแตกต่างจากชานมไข่มุกปกติ
 



 แก้วนี้ 茉香奶茶 (อ่านว่า ม่อ เซียง หน่าย ฉา) ชามะลิใส่นมแบบร้อน  แก้วนี้ก็อร่อย


เมนูชาเค้าเยอะนะคะ  แต่เราเคยสั่งแค่นี้

มาดูที่ของกินกันบ้าง  เราสั่งมาแต่แบบมังสวิรัตินะคะ   แต่แบบมีเนื้อสัตว์เค้าก็มี  เมนูอาหารก็จะเป็นพวกบะหมี่ ข้าว และพวกกึ่งๆติ่มซำ ของนึ่งของทอด  เพราะว่าเป็นร้านน้ำชา (เมนูมีภาษาอังกฤษ) ดังนั้นราคาก็จะไม่ได้แพงมาก มีตั้งแต่ 80 เหรียญไต้หวัน ไปจนถึง  200 กว่าเหรียญ

 Vegetarian noodle 五香素麵 (อู่ เซียง ซู่ เมี่ยน) เป็นเส้นบะหมี่โฮมเมดราดซอสมังสวิรัติ  อร่อยค่ะ



Braise King Oyster Mushroom with Basil 塔香杏鮑菇 (ต่า เซียง ซิง เปา กู) เห็ดเออรินจิผัดโหระพา จานนี้ก็อร่อย  เป็นเมนูแนะนำของเค้า สั่งได้ทั้งแบบมีเนื้อสัตว์ หรือ มังสวิรัติ


Enoki Mushroom and Tofu Skin 金菇頭皮 (จิน กู โต้ว ผี)  เห็ดเข็มทองกับฟองเต้าหู้นึ่ง


 Chinese Herb Soup 精燉藥膳湯 (จิง ตุ้น เย้า ซ่าน ทัง)  ซุปตุ๋นยาจีน อันนี้ก็ทั่วๆไป


 มาลองของหวาน จานนี้ Roasted Koimo Sweet Potato with Cheese 栗香地瓜起司燒 (ลี่ เซียง ตี้ กวา ชี สึ ซาว) มันหวานญี่ปุ่นอบชีส   จานนร้เราไม่ได้กิน สามีกิน  เลยบอกไม่ได้ว่าเป็นยังไง แต่ดูน่ากินมาก




นอกจากชานมไข่มุกจะอร่อยมากๆแล้ว   อาหารเค้าก็อร่อยเหมือนกัน  ถ้าไปกินชาแล้ว ก็ลองสั่งอาหารดูด้วยนะคะ 

แผนที่ร้านของสาขา Mitsui Outlet Park


จิบกาแฟ @ GRAPH one nimman

Graph ร้านแรกของเชียงใหม่ คือ Graph Cafe อยู่แถวๆคูเมือง  และมี Graph Table ที่ขายอาหาร + กาแฟ  แต่ตอนนี้ปิดปรับปรุงอยู่   และร้านที่ 3 ก็คือ GRAPH one nimman นี่เอง


โครงการ One nimman เป็น... community mall ละมั้ง (เราคิดของเราเองนะ)  เป็นเหมือนศูนย์รวมไลฟ์สไตล์  มีคาเฟ่ ร้านอาหาร ของขาย รวมทั้งมีลานกิจกรรม แกลอรี่ ห้องประชุม  ตั้งอยู่ตรงซอยนิมมานเหมินท์ 1  ตรงสี่แยกรินคำ  ที่นี่ถ่ายรูปสวยมากนะ เห็นคนมาถ่ายรูปเต็มเลย

GRAPH one nimman เปิดทุกวัน 10.00 -21.00 น.

เฟสบุคของร้าน https://www.facebook.com/graphonenimman/
เวบของร้าน https://www.graphdream.com/ 





บรรยากาศในร้าน  จะออกมืดๆหน่อย







มี Cold brew ด้วย


มีของที่ระลึกของร้านขาย


มาดูเครื่องดื่มที่สั่งก่อน  เมนูกาแฟจะเป็นแนว coffee cocktail ซึ่งเราชอบมาก

GRAPH No.16  (Boy with Girlfriend)  เป็นโซดา กับมะนาวฝาน ที่ปาดน้ำตาลทรายแดงที่ขอบแก้ว เสิร์ฟมาพร้อมเอสเพรสโซ่ช็อต ให้เราเทเอาเอง  อร่อยแบบสดชื่นๆ



Overland เป็นเอสเพรสโซ่ผสมกับส้ม และ Ginger ale อร่อยเหมือนกัน



Down town  เป็น cold brew ใส่ ginger ale กับมะนาว  ตกแต่งด้วยใบมิ้นท์ กับเลมอน



ขนมบ้าง  จานแรก cream cheese carrot cake  ก็โอเคนะ




บราวนี่



ขนมเรากินแล้วเฉยๆทั้ง 2 ตัว ไม่แย่ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องกินอีก  เราอาจจะไม่ได้เลือกตัวดังของเค้า  คราวหน้าอาจจะต้องลองใหม่  แต่กาแฟเราชอบค่ะ วันที่อากาศร้อน หรือ อยากกินกาแฟเย็น พวก coffee cocktail จะเป็นตัวเลือกแรกๆของเรา  และร้านนี้ทำได้ดีมาก กลมกล่อม   กาแฟ หรือ นำ้ผลไม้ ไม่เข้มโดด หรือ เจือจางเกินไป  เราชอบ

แผนที่ร้าน


Thursday, October 18, 2018

Rock Me Burger @ นิมมานเหมินท์ 15

Rock Me Burger  เป็นร้านเบอร์เกอร์ในเชียงใหม่  เราเห็นคนลงรูปใน ig แล้วน่ากินมากกกกก   ก็เลยอยากลอง


ร้านมี 2 สาขา
1. ย่านไนท์บาซ่า  โรงแรมเรือนระมิงค์ ถนนลอยเคราะห์ (เปิดทุกวัน 11.30-24.00 น.)
2. ย่านนิมมานฯ ซอยนิมมานเหมินท์ 15   (เปิดทุกวัน 12.00-22.30 น.)


เฟสบุคของร้าน https://www.facebook.com/Rockmeburger/


เราไปกินที่นิมมานฯ 15  จริงๆวันนั้นไม่ได้ตั้งใจจะไปกิน  แต่ไหนๆเดินผ่านแล้ว กินซะเลย  (ทั้งๆที่จริงๆก็ไม่ได้หิว)  เลยสั่งมาแค่เมนูเดียว

หน้าร้าน




ข้างในร้าน มีทั้งนั่งหน้าบาร์ และเป็นโต๊ะนั่ง


เมนูที่สั่งคือ veggie burger จำได้ว่า ไม่มีเขียนในเมนู แต่ว่าสั่งได้   จานเค้าใหญ่มากจริงๆ



ให้ดูเปรียบเทียบขนาดจานกับหน้า



ร้านนี้เราว่า veggie burger เค้าเฉยๆ  (อย่างอื่นไม่รู้ เพราะไม่ได้กิน) เราชอบของร้าน Beast Burger มากกว่า >>> Beast Burger @ นิมมานเหมินท์ 17

แผนที่ร้าน


Beast Burger @ นิมมานเหมินท์ 17

นิมมานเหมินท์เป็นย่านที่เราไปหาของกินทุกครั้งที่ไปเชียงใหม่  เพราะมีร้านกาแฟอร่อย อย่าง Ristr8tto หรือ Barisotel ฯลฯ   ของกินอื่นๆก็มีเยอะ   แต่ถ้าพูดถึงของกินง่ายๆ และมีเมนูมังสวิรัติให้กินชัวร์ๆ ก็คือ ร้านแฮมเบอร์เกอร์     ปกติเจ้าประจำที่เรากับสามีแวะคือ Burger king เพราะหากินง่าย มีหลายสาขา ทั้งตามห้างและตามปั๊มน้ำมัน   (Mcdonald ไม่มี veggie burger นะ)

ที่นิมมานฯก็มีร้านเบอร์เกอร์หลายร้านนะ   บางร้านก็ปิดไปแล้ว...(ยังไม่ได้ลงรีวิวเลยจนร้านปิด T_T)   แต่ร้าน Beast Burger นี่เปิดมานานและยังเปิดอยู่   และเป็นร้านที่มี veggie burger ด้วย

Beast Burger อยู่ซอยนิมมานเหมินท์ 17  ร้านมองเห็นง่ายอยู่  แต่พอดีเราไปตอนกลางคืน เลยมืดๆหน่อย


เวลาเปิดปิด
รอบกลางวัน 11.00-14.00 น.
รอบเย็น 17.00-21.30 น.
ปิดวันอาทิตย์
เฟสบุคของร้าน https://www.facebook.com/beast.burger/

หน้าร้าน

บรรยากาศในร้าน    มีแต่ฝรั่ง  ไม่มีคนไทยเลย  นอกจากคนขายกับเรา



 เค้ามีชั้น 2 ด้วย เป็นดาดฟ้ารับลม  ไปหน้าหนาวนี่อากาสเย็นสบาย น่านั่งมาก



เมนู


ครัวเค้าเป็นกระจก  เราสามารถมองเห็นตอนเค้าทำได้เลย




Veggie Burger ตัว patty ค่อนข้างหนานุ่ม  เนื้อ patty เป็นสีแดงๆ ไม่รู้คืออะไร  ราดซอส korean ketchup  และมีสาหร่ายทอดกรอบอยู่ด้านบน (เราสั่งเฟรนซ์ฟรายเป็นแบบ cheesy fries)  cheesy fries เราเฉยๆ  แล้วเรานั่งรับลมอยู่ชั้นบนด้วย ชีสมันแห้งไวมาก  เลยรู้สึกไม่ได้อารมณ์ชีสเยิ้มๆ




ผ่าให้ดู


อันนี้ไม่ใช่ veggie burger นะคะ  เป็น creamy blue cheese  เป็นเบอร์เกอร์เนื้อกับ caramellized onion ราดซอส Blue cheese    เมนูเบอร์เกอร์เค้าน่ากินหลายอย่างมาก  แต่เนื่องจากเรากินคนเดียว  เลยสั่งมาได้อย่างเดียว 




ร้านนี้เบอร์เกอร์ชิ้นหนามาก  ไม่สามารถยกกัดได้  ต้องเอาส้อมมีดมาหั่น patty หนา ทอดไม่แห้ง  ยังมีความชุ่มฉ่ำอยู่   ไม่แปลกใจที่เป็นร้านดัง และลูกค้าเยอะ

ถ้าไม่อยากกินเบอร์เกอร์ทั่วๆไป อย่าง mcdonald, burger king เราว่าร้านนี้ก็ดีค่ะ   เสียอย่างเดียวเปิดปิดเป็นเวลา มีพักช่วงบ่าย ถ้าจะมาต้องดูเวลาด้วยนะคะ 

แผนที่ร้าน


Wednesday, October 17, 2018

Veganerie Concept @ สุขุมวิท 24

 Veganerie  เป็นร้านอาหารและเบเกอรี่ สาย Vegan  ไม่มีผลิตภัณฑ์จากสัตว์ นม เนย และไข่  แรกเริ่มคือเรารู้จักร้านนี้จากขนมก่อน (แต่ยังไม่เคยกิน)  พอรู้ว่าเค้ามีร้านอาหารด้วย ก็เลยลองมากินดู

  

Veganerie  มีทั้งหมด 4 สาขา (เราไม่ได้เรียงตามสาขาที่เปิดก่อนหลังนะคะ)

1. Veganerie Concept เป็นร้านอาหารและเบเกอรี่ อยู่ซอยสุขุมวิท 24 หลังสวนเบญจศิริ
2. Veganerie ร้านเบเกอรี่ อยู่ Mercury Ville ชิดลม ชั้น 4
3. Veganerie Soul เป็นร้านอาหารและเบเกอรี่ อยู่ Siam Paragon ชั้น G
4. Veganerie (grab&go) เป็นตู้ขายเบเกอรี่ อยู่ Emquatier ชั้น G

เฟสบุคของร้าน https://www.facebook.com/VeganBakeryBangkok
เวบของร้าน https://www.veganerie.co.th/

และเนื่องจากสามีเรากินมังสวิรัติ  กินนม กินไข่ อยู่แล้ว  เราเลยไม่สนใจขนมและเบเกอรี่ที่เป็น Vegan เพราะเท่าที่เคยกิน (ร้านอื่น) คิดว่ามันอร่อยสู้เบเกอรี่นมไข่ไม่ได้   ก็เลยไม่กิน ไม่เสาะหาร้านให้วุ่นวายด้วย  ดังนั้น สำหรับ Veganerie เราจะเคยกินแต่ร้านที่มีอาหารขาย คือ Veganerie Concept สุขุมวิท 24 กับ Veganerie Soul สยามพารากอน เท่านั้น

ดังนั้นเราจะขอพูดรวมๆ 2 สาขาเลยนะคะ

Veganerie Concept สุขุมวิท 24  ก่อนเลย   เปิดทุกวัน 10.00-22.00 น.  (มีที่จอดรถ)

บรรยากาศร้าน ร้านใหญ่ดีที่นั่งเยอะ





มีของมังสวิรัติขายด้วย




เมนูยอดนิยม



เค้ามีทั้งเครื่องดื่ม ขนม เบเกอรี่ และอาหารขาย  แต่เรากินแต่อาหารค่ะ

อย่างแรกเลย Vegan BLT Burger (Bacon Lettuce Tomato Burger)  อันนี้เฉยๆ  สั่งเพราะอยากลองกิน Vegan Bacon  แต่กินแล้วไม่ชอบ  ชอบเบอร์เกอร์ที่เป็นแพตตี้ ชิ้นหนาๆ มากกว่า







Italian Zoodles เป็นพาสต้าเส้นซูกินี่ ซอสมะเขือเทศ  ก็อร่อยดีค่ะ กินแล้วรู้สึกว่า ชั้นไม่อ้วน เพราะไม่มีแ้ง 555



ส้มตำไทย กับไก่ทอด Vegan   ไก่ทอดเราเฉยๆ แต่ส้มตำเค้าปรุงรสใช้ได้เลย


จริงๆยังมีอาหารอีกหลายๆอย่างที่เราอยากลอง  แต่ว่าอิ่มแล้ว 


ด้านล่างนี้เป็นเมนูที่เราสั่งที่ Veganerie Soul สยามพารากอน   เปิดทุกวัน 10.00-22.00 น.  ร้านนี้จะเล็กๆหน่อย แต่คนนั่งเต็ม

เมนูขนมเค้าก็น่ากินมาก ในรูปรีวิวมีแต่คนกินขนม  แต่เรากินแต่อาหาร เหอๆๆ    เมนูของสยามพารากอน มีไม่เยอะเท่าที่สุขุมวิท24 เพราะเค้าไม่มีครัว  ส่วนมากจะเป็นอาหารที่ทำง่ายๆ แค่อุ่นร้อน หรือพวกแป้งเครป วัฟเฟิล (เพราะมีอุปกรณ์ทำ)   ตอนไปกินหลายๆอย่างที่อยากกินก็หมด  เข้าใจว่าที่พารากอนคนคงเยอะ

จานแรก Vegan Italian Crepe  เป็นเครปซอสพิซซ่าใส่เห็ดกับไส้กรอกถั่วเหลือง 




Vegan BBQ Pulled Pork Waffles เป็นแซนวิชวัฟเฟิล ไส้เห็ดหิมะย่างบาร์บีคิว  อันนี้อร่อยค่ะ เราชอบ รู้สึกอยากกินอีก 


 โรตี กับ มัสมั่น  อันนี้ก็อร่อย ชอบ



โดยรวม เราชอบนะคะ  แต่เราชอบสาขาสุขุมวิท 24 มากกว่า เพราะร้านน่านั่งกว่า เมนูก็เยอะ หลากหลายกว่าที่พารากอน  อยากไปกินอีก  ราคาอาหารเริ่มตั้งแต่หนึ่งร้อยปลายๆ ไปถึงสามร้อย  ราคาไม่ถูก แต่เราคิดว่าพอได้อยู่นะ    ถ้าใครไม่อยากกินอาหาร จะกินขนมก็ได้ค่ะ  เราว่าขนมเค้าก็น่ากินมากเลย เยอะด้วย

แผนที่ร้าน